ทำไมต้องรอระบบ AI เต็มรูปแบบ ในเมื่อวันนี้ AI พื้นฐานก็สามารถพัฒนาองค์กรได้ทันที
ทุกครั้งที่พูดถึงการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร มักมีแนวโน้มที่จะมองไปยังระบบ AI เต็มรูปแบบ (Full AI System) ซึ่งประกอบด้วยการวางโครงสร้างข้อมูลขนาดใหญ่ การสร้างโมเดลเฉพาะทาง การจัดการระบบอัตโนมัติ และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อน
แต่ความเป็นจริงที่เราต้องยอมรับคือ… บุคลากรในองค์กรส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ระดับลึกเช่นนั้น เนื่องจากความรู้ด้าน Full System AI ยัง “กระจุกตัว” อยู่เฉพาะในกลุ่มบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยี หรือในทีมเฉพาะทางบางกลุ่มเท่านั้น
AI อย่าง ChatGPT, Gemini, Claude หรือ Perplexity คือเครื่องมือที่พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเขียนโค้ดและสามารถช่วยลดขั้นตอนงานซ้ำซากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องมี ไม่ใช่ความรู้ด้าน Machine Learning หรือระบบ AI เชิงลึก แต่คือ ทักษะการสื่อสารกับ AI ผ่าน Prompt อย่างเป็นระบบ เพียงเท่านี้ ก็สามารถนำ AI เข้ามาช่วยพัฒนาองค์กรได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอระบบเต็ม หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง “วัฒนธรรมการใช้ AI” ภายในองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การวางระบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต
ดังนั้น แทนที่จะรอให้ทุกอย่างพร้อม 100% องค์กรที่กล้าเริ่มต้นจาก AI พื้นฐานในวันนี้อาจได้เปรียบกว่ามากในวันที่ AI กลายเป็นสิ่งที่ “ทุกองค์กรต้องมี”
แล้วทำไมเมื่อพูดถึงการนำ AI มาใช้ในองค์กร หลายคนมองว่าเป็นเรื่องยาก ต้องรอระบบใหญ่ ต้องมีขั้นตอนมากมาย ?
1. เพราะคนที่ผลักดัน AI มักเป็นสายเทคนิค (Tech-First Mindset) พวกเขาจะมองจากมุมของ "ระบบ AI แบบ end-to-end" เช่น LLM, Data Lake, MLOps, Automation pipeline — ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่มี infrastructure พร้อมแล้ว --> แต่ความจริงคือ: องค์กรทั่วไปโดยเฉพาะในไทย ยังไม่พร้อมขนาดนั้นเลย
2. เพราะบริษัท AI ต้องการขาย "Solution ใหญ่" บริษัทที่พัฒนา AI มักขายเป็นแพ็คเกจ หรือ custom solution แบบเต็มระบบ ซึ่งแน่นอนว่าราคาสูงและซับซ้อนจึงมีแรงผลักดันให้เน้นระบบ “ใหญ่” มากกว่า “เริ่มต้นได้เลย”
3. พราะคำว่า AI ถูกตีกรอบไว้กับ “นวัตกรรมล้ำๆ” ไม่ใช่ “เครื่องมือทำงานทุกวัน” หลายคนจึงไม่คิดว่า ChatGPT หรือ Gemini เป็น AI ที่แท้จริง ทั้งที่มันคือ AI ที่ใช้งานได้เลยตอนนี้
ทำไมไม่เริ่มจาก AI พื้นฐานที่สามารถ "ลดขั้นตอนทำงานซ้ำซาก" ไปก่อน ? เช่น ...
1. AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Perplexity
คือเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด และเหมาะกับ
- งานซ้ำๆ เช่น สรุปรายงาน, เขียนอีเมล, แปลภาษา
- งานคิด เช่น วิเคราะห์ SWOT, สร้างแผนฝึกอบรม
- งานคอนเทนต์ เช่น เขียนโพสต์, สร้างไอเดีย, ทำพรีเซนต์
2. ไม่ต้องมีพื้นฐาน Full AI System เลย แค่มี “ทักษะการเขียน Prompt ที่ดี” ก็ใช้ได้ทันที เปรียบเหมือนเราใช้ Google โดยไม่ต้องรู้ว่าเบื้องหลังทำงานยังไง
3. สามารถเริ่มเปลี่ยนองค์กรได้เลยทันทีใน 3 ขั้นตอน - วิเคราะห์ งานซ้ำซากที่ใช้เวลาเยอะ ในองค์กร - นำ AI Tool เช่น ChatGPT มาช่วยลดเวลา (Pilot 1–2 ทีม) - สร้าง Use Case ภายใน เพื่อขยายผลต่อไปเรื่อยๆ
ความจริงก็คือ ... AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก “ระบบ” เสมอไปและองค์กรไม่จำเป็นต้อง “พร้อมทุกด้าน” ก่อนถึงจะเริ่มต้นได้
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ ความรู้ด้าน AI เชิงลึกกำลัง “กระจุกตัว” อยู่ในมือของผู้พัฒนาเทคโนโลยีในขณะที่คนทำงานในองค์กรส่วนใหญ่ยัง “เข้าถึงไม่ได้” หรือ “เข้าไม่ถึง” ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพแต่เพราะมักถูกทำให้เชื่อว่า AI ต้องยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
กานต์ศศิน สมนึก (เขียน)
