096 939-8982
Home » AI Strategy  »  เริ่มใช้ AI ในองค์กรเริ่มได้ทันทีจากสิ่งที่มี โดยไม่ต้องรอฝ่าย IT หรือรอ Full AI System
เริ่มใช้ AI ในองค์กรเริ่มได้ทันทีจากสิ่งที่มี โดยไม่ต้องรอฝ่าย IT หรือรอ Full AI System

ทำไมต้องรอระบบ AI เต็มรูปแบบ ในเมื่อวันนี้ AI พื้นฐานก็สามารถพัฒนาองค์กรได้ทันที

ทุกครั้งที่พูดถึงการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร มักมีแนวโน้มที่จะมองไปยังระบบ AI เต็มรูปแบบ (Full AI System) ซึ่งประกอบด้วยการวางโครงสร้างข้อมูลขนาดใหญ่ การสร้างโมเดลเฉพาะทาง การจัดการระบบอัตโนมัติ และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อน

แต่ความเป็นจริงที่เราต้องยอมรับคือ… บุคลากรในองค์กรส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ระดับลึกเช่นนั้น เนื่องจากความรู้ด้าน Full System AI ยัง “กระจุกตัว” อยู่เฉพาะในกลุ่มบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยี หรือในทีมเฉพาะทางบางกลุ่มเท่านั้น

คำถามที่ควรตั้งขึ้นจริง ๆ ในเวลานี้คือ -> ทำไมเราไม่เริ่มต้นจาก “AI พื้นฐาน” ที่สามารถนำมาใช้งานได้ทันที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบงานที่มีอยู่ ?

AI อย่าง ChatGPT, Gemini, Claude หรือ Perplexity คือเครื่องมือที่พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเขียนโค้ดและสามารถช่วยลดขั้นตอนงานซ้ำซากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องมี ไม่ใช่ความรู้ด้าน Machine Learning หรือระบบ AI เชิงลึก แต่คือ ทักษะการสื่อสารกับ AI ผ่าน Prompt อย่างเป็นระบบ เพียงเท่านี้ ก็สามารถนำ AI เข้ามาช่วยพัฒนาองค์กรได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอระบบเต็ม หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง “วัฒนธรรมการใช้ AI” ภายในองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การวางระบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต

ดังนั้น แทนที่จะรอให้ทุกอย่างพร้อม 100% องค์กรที่กล้าเริ่มต้นจาก AI พื้นฐานในวันนี้อาจได้เปรียบกว่ามากในวันที่ AI กลายเป็นสิ่งที่ “ทุกองค์กรต้องมี”

office_ai

แล้วทำไมเมื่อพูดถึงการนำ AI มาใช้ในองค์กร หลายคนมองว่าเป็นเรื่องยาก ต้องรอระบบใหญ่ ต้องมีขั้นตอนมากมาย ?

1. เพราะคนที่ผลักดัน AI มักเป็นสายเทคนิค (Tech-First Mindset) พวกเขาจะมองจากมุมของ "ระบบ AI แบบ end-to-end" เช่น LLM, Data Lake, MLOps, Automation pipeline — ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่มี infrastructure พร้อมแล้ว --> แต่ความจริงคือ: องค์กรทั่วไปโดยเฉพาะในไทย ยังไม่พร้อมขนาดนั้นเลย

2. เพราะบริษัท AI ต้องการขาย "Solution ใหญ่" บริษัทที่พัฒนา AI มักขายเป็นแพ็คเกจ หรือ custom solution แบบเต็มระบบ ซึ่งแน่นอนว่าราคาสูงและซับซ้อนจึงมีแรงผลักดันให้เน้นระบบ “ใหญ่” มากกว่า “เริ่มต้นได้เลย”

3. พราะคำว่า AI ถูกตีกรอบไว้กับ “นวัตกรรมล้ำๆ” ไม่ใช่ “เครื่องมือทำงานทุกวัน” หลายคนจึงไม่คิดว่า ChatGPT หรือ Gemini เป็น AI ที่แท้จริง ทั้งที่มันคือ AI ที่ใช้งานได้เลยตอนนี้

ทำไมไม่เริ่มจาก AI พื้นฐานที่สามารถ "ลดขั้นตอนทำงานซ้ำซาก" ไปก่อน ? เช่น ...

1. AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Perplexity คือเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด และเหมาะกับ
- งานซ้ำๆ เช่น สรุปรายงาน, เขียนอีเมล, แปลภาษา
- งานคิด เช่น วิเคราะห์ SWOT, สร้างแผนฝึกอบรม
- งานคอนเทนต์ เช่น เขียนโพสต์, สร้างไอเดีย, ทำพรีเซนต์

2. ไม่ต้องมีพื้นฐาน Full AI System เลย แค่มี “ทักษะการเขียน Prompt ที่ดี” ก็ใช้ได้ทันที เปรียบเหมือนเราใช้ Google โดยไม่ต้องรู้ว่าเบื้องหลังทำงานยังไง

3. สามารถเริ่มเปลี่ยนองค์กรได้เลยทันทีใน 3 ขั้นตอน - วิเคราะห์ งานซ้ำซากที่ใช้เวลาเยอะ ในองค์กร - นำ AI Tool เช่น ChatGPT มาช่วยลดเวลา (Pilot 1–2 ทีม) - สร้าง Use Case ภายใน เพื่อขยายผลต่อไปเรื่อยๆ

ความจริงก็คือ ... AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก “ระบบ” เสมอไปและองค์กรไม่จำเป็นต้อง “พร้อมทุกด้าน” ก่อนถึงจะเริ่มต้นได้

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ ความรู้ด้าน AI เชิงลึกกำลัง “กระจุกตัว” อยู่ในมือของผู้พัฒนาเทคโนโลยีในขณะที่คนทำงานในองค์กรส่วนใหญ่ยัง “เข้าถึงไม่ได้” หรือ “เข้าไม่ถึง” ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพแต่เพราะมักถูกทำให้เชื่อว่า AI ต้องยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วันนี้เราอยู่ในจุดที่ AI พื้นฐานอย่าง ChatGPT, Gemini, Claude หรือ Perplexity สามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าใจระบบเบื้องหลังและไม่ต้องมีความรู้  Full AI System แต่อย่างใด >> สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ กลับกลายเป็น “ความเข้าใจในปัญหาเชิงระบบขององค์กร” กับ ทักษะการเขียน Prompt ที่ดี ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
- กานต์ศศิน สมนึก -

กานต์ศศิน สมนึก (เขียน)